Friday, October 20th, 2017

ออกจากสุวรรณภูมิสู่ประเทศรัสเซีย – อาร์ต รัสตอฟ ออน ดอน

Published on ตุลาคม 23, 2012 by VladiPooh   ·   View Comments

สวัสดีครับ ผมชื่ออาร์ท ตอนนี้ผมเรียนปีหนึ่ง ที่ Московский Государственный Медико-Стоматологический Университет ครับ
ตอนปัดฟัก ผมปัดฟักที่เมืองรัสตอฟ เนื้อเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางมายังเมืองรัสตอฟ ยังไงลองอ่านดูนะครับ

ออกเดินทางจากสุวรรณภูมิวันที่ 2 พ.ย. เวลา 10.35น. ตอนรอขึ้นเครื่องโทรบอกลาเพื่อนๆ อยู่ดีๆน้ำตาก็ไหล ร่ำลากันเสร็จ ก็รอเวลา พอขึ้นเครื่องพี่ๆแอร์ก็มาคุยด้วย ถามอะไรเยอะแยะ พี่ๆเขาคงรู้ว่าเราเหงา พยายามชวนคุยกัน การบินไทยต้อนรับดีมากกกก อาหารก็อร่อย สะดวกสบายดี แทบไม่อยากลงจากเครื่องเลยอ่ะ ฮ่าๆๆ

ถึงสนามบิน Domodedovo แล้วก็ต่อแถวยืนรอเขาตรวจคนเข้าเมือง เหอะๆ แซงกันไปแซงกันมา เซ็งมาก พอถึงตาผมตรวจก็นานซะ มีปัญหาอะไรก็ไม่รู้ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ไปเอากระเป๋าเสร็จ ก็ออกไปเห็นคนชูป้าย โอ๊ะ มีชื่อผมด้วย ผมก็เดินไปหาไปคุยด้วย ปรากฏว่า…เขาพูด ฟังอังกฤษไม่ค่อยได้ กรรม! ไอ้เราก็ใช้ภาษาใบ้เต็มที่ แล้วเขาก็ชูป้ายแล้วชี้ไปที่ชื่ออื่น ผมก็อ๋อ เข้าใจล่ะ รอคนอื่นด้วย รอๆสักพัก ผมก็เข้าไปถามว่ามานานยัง? เขาก็ส่ายหัวไปมา ทีนี้ผมก็บอกเขาอีกว่า ให้ช่วยไหม เดี๋ยวถือป้ายให้ก็ได้ เขาก็ส่ายหัวลูกเดียว ผมก็เข้าใจเขาว่าเขาคงฟังไม่ค่อยออก ผมก็เลยทำเป็นขอป้ายมา เขาก็ให้ผมคงนึกว่าผมจะเอาเอกสารข้างใน พอผมชูขึ้น เขาก็บอกว่า ไม่ๆๆๆ พร้อมกับยิ้มมา แล้วก็บอกให้ผมไปเฝ้าของของผมไว้ สักพักก็เห็นเขาโทรศัพท์พูดอะไรก็ไม่รู้อ่า ฟังไม่รู้เรื่อง โทรอยู่หลายรอบเหมือนกัน

สักพักเขาก็บอกว่าให้ผมเอากระเป๋าตามเขามา ผมก็ลากรถเข็นตามๆไป เขาก็พาไปที่รถของเขา ผมก็คิดในใจว่า อ่าวเห้ยย แล้วคนที่มีชื่ออยู่อีกนี่ไม่รอเขาแล้วหรอ หรือว่าผมไปยุ่งกับเขามากเกินไป(เสือก) เขาเลยคิดว่าผมรอไม่ได้ เอ่อ…นี่ความผิดผมใช่ไหม๊เนี่ยยยย กรรม! ทีนี้เอากระเป๋าอะไรเสร็จแล้ว เขาก็บอกให้ผมขึ้นรถแล้วชี้ไปที่นั่งด้านขวาข้างหนา เราก็งงเดะ เอ้ยย นี่ผมขับรถไม่เป็นน้าาา ผมก็ส่ายหัวบ้าง เขาก็ชี้ๆอยู่นั่นแหละ ผมก็เลย เดินๆเข้าไปใกล้ๆ อ่าว มันไม่มีพวงมาลัยนี่หว่า – -“(โง่) ที่นี่พวงมาลัยรถอยู่ด้านซ้าย และขับรถเลนขวา ระหว่างอยู่บนรถผมก็พยายามพูดภาษารัสเซีย พอถามชื่อได้บ้าง ก็เลยรู้ชื่อคุณลุงว่าชื่ออเล็กซ์ หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า “you’re from Taiwan?” ผมก็บอกว่า “No No I’m from Thailand” คุณลุงเขาก็ตอบสนองอย่างเร็ว “Oh Bangkok” ผมก็พยักหัว หงึกๆ แต่จริงๆผมมาจากเชียงใหม่นู่นพูดไปก็คงไม่รู้เรื่อง ไม่เป็นไร เชียงใหม่ก็อยู่ในไทยเหมือนกันแหละว้า

แล้วเขาก็ชื่นชมกรุงเทพฯต่างๆนานา แถมยังชื่อชมประเทศอื่นแถบเอเชียด้วย มิหนำซ้ำยังชมผู้หญิงไต้หวันว่าสวยมากกก เหมือนลุงเขาจะชอบคนเอเชียมากๆนะนี่ หมดเรื่องที่จะคุยกลับมาเงียบอีกรอบ ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะพาผมไปไหน ก็ไปๆตามอ่ะ คงไม่พาผมไปฆ่า หรือไปขายหรอกมั้ง ขับรถไปสักพักมีรถปาดหน้า(ลุงเขาขับรถเร็วมากครับ) แล้วลุงก็เหยียบเบรกสุดแรงเกิด จนตัวผมพุ่งไปข้างหน้า เขาก็เอามือป้องผมไว้ เฮือกกก! ตกใจหมด แต่หนุกดีอย่างกับรถไฟเหาะ(โรคจิต) ความผิดผมเอง ไม่ได้รัดเข็มขัด TT_TT ขับไปจนถึงที่หมาย เขาก็พาผมลงแล้วเดินเข้าไปในตึกๆนึง ใหญ่มาก สังเกตเห็นรถไฟ อ่อ นี่สถานีรถไฟนี่เอง เขาก็เก็บเงินผม 200$ แล้วบอกให้ผมรออยู่ตรงนี้นะ ระหว่างรอก็มีคนมองมา สงสัยคงเห็นว่าผมเป็นคนเอเชีย ผมดำมั้ง (อุตส่าห์ใส่หมวกแล้วนะ กลัวมีคนมาขู่ ฮ่าๆๆ)

ก็รอๆสักพักอยู่ดีๆก็มีทหารเด็กสามคนเข้ามาคุยด้วย มีคนนึงพูดอังกฤษพอได้ ก็ชวนผมคุย เพื่อนๆเขาอีกสองคนก็พยายามคุยด้วย แล้วก็ให้เพื่อนที่พูดอังกฤษได้แปลให้ คุยพอรู้เรื่องบ้าง เขาถามว่าจากญี่ปุ่นหรอ (ตอนนั้นผมใส่เสื้อกันหนาวของชมรมคาราเต้ มันมีภาษาญี่ปุ่นปักติดอยู่ แล้วก็เป็นอังกฤษเขียนว่า Japan Karate Institution)ผมก็บอกว่า เปล่าๆ มาจากไทย เขาทำหน้างง เอ่อ…แล้วมันต้องพูดไงเนี่ย เลยพูดไปว่า ไทยลันดา ทีงี้ อ๋อ พร้อมกันสามคนเลย ทีนี้เขาก็ถามชื่อกับอายุ เราก็ถามกลับ ก็พอรู้ว่าชื่ออันโตน(ชื่อฮิตในหนังสือแบบเรียนภาษารัสเซีย ผมก็เพิ่งรู้ตอนมาเรียนนี่แหละ) อเล็ก(อเล็กอีกแล้ว ไมชื่อนี้โหลจริง) อีกคนชื่อปีเตอร์ และยังมีหมาอีกตัวนึงเป็นพันธุ์เซนต์เบอนาร์ด ชื่อเชค ตัวใหญ่มาก ขนหนามาก เขาก็บอกให้ผมลองลูบ โอ้ว ขนแข็งโป๊กเลยอ่า แต่มันน่ารักมากเลย ถูกฝึกมาดีด้วย พอเขาสั่งให้นั่งมันก็นั่ง ให้นอนมันก็นอน ให้ยืนมันก็ยืน เจ๋ง

คุยไปคุยมามีคนนึงอายุเท่าผม 19 ปี ผมก็คิดว่า โห ที่นี้ทำไมทหารเขาเด็กกันจัง แล้วก็มีคนนึงเขาเอาป้ายสัญลักษณ์ของทหารยื่นมาให้ เขาก็บอกว่าเอาติดตรงไหล่ด้านขวานะ เราก็ โอ้ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆ เอิ๊กๆ ได้ของฟรี ทีนี้คุณลุงก็ทำธุระเสร็จก็มาหาผมตรงที่ให้รอ แล้วคุยอะไรกับทหารสามคนนั้นก็ไม่รู้ ฟังไม่ออกสักคำ แล้วเขาก็ถามว่า ผมโอเคไหม ผมก็บอกว่า อ่อ โอเคครับผม ^^ เขาก็พาผมขึ้นไปด้านบน บอกว่าขออีก 50$ ผมก็ยื่นให้เขา แล้วเขาก็ซื้อไก่ให้ ไก่ทั้งตัวอ่ะครับ ผมก็คิดในใจว่า ใครจะไปกินหมดเนี่ยย แล้วก็มีโคล่าอีกขวดนึง แต่ผมไม่ดื่มน้ำอัดลม ก็แอบๆเข้าไปที่ร้านแล้วชี้น้ำเปล่ากับคนขาย คนขายก็กำลังจะหยิบให้ คุณลุงดันมาเห็นก่อน แล้วก็ซื้อให้ ยื่นเงินรูเบิลให้คนขาย (เออลืม พกแต่เงินดอลมา)

แล้วคุณลุงกับผมก็รอรถไฟกัน พอรถไฟมาคุณลุงก็ช่วยจูงกระเป๋าใบใหญ่ให้ ซึ่งมันหนักมากกกกกกกกกก เขาก็หันมาแล้วทำหน้าเหนื่อยสุดๆ ผมก็เลยจะเข็นไปบ้าง ลุงเขาก็ไม่ให้เข็นอีก – -“ ลุงเขาใจดีมาก พาผมไปที่นั่ง เอากระเป๋าไว้ข้างบนให้ เสร็จแล้วก็ล่ำลากัน ลุงก็บอกคนที่อยู่ในห้องเดียวกับผมประมาณว่าเป็นนักเรียนทุน เพิ่งมา ช่วยดูแลหน่อยอะไรประมาณนี้มั้ง คือในห้องในรถไฟผมมีกันสี่คนครับ รวมผมด้วย ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่ารถไฟที่คุณลุงซื้อตั๋วให้เป็นรถไฟราคาแพงกว่าปกติ (เพิ่งมารู้หลังจากพี่ภูบอกแหละครับ เพราะตอนผมเดินทางไปตูลากับพีกับพี่เฟิร์สผมก็งงว่าทำไมมันต่างกันอย่างนี้ว้า)

เข้าเรื่องต่อ ลุงเขาก็กำลังจะออกจากรถไฟ ผมก็ขอบคุณคุณลุงอยู่พักใหญ่ แต้งกิ้วมากเลยนะลุง แล้วก็กลับเข้าไปนั่งจนรถไฟออก ผมนอนชั้นบน แล้วก็อีกคนที่นอนข้างบนเป็นลุงอีกคนนึง เขาก็ช่วยปูที่นอน ใส่ปลอกหมอนให้ แล้วที่นอนข้างล่างคือคู่สามีภรรยาอายุประมาณ 50-60เขาก็ชวนคุย ซึ่งแน่นอนว่าคุยเป็นภาษารัสเซีย ผมทำหน้างงอย่างเดียว เอ๋อกินเลยตอนนั้น อาศัยภาษาใบ้ กับเปิดดูคู่มือภาษาของนักเดินทางที่ป๊าซื้อให้ เหมือนเขาจะถามว่าผมจะลงที่ไหน เราก็บอกว่า อ๋อ รัสตอฟครับผ้ม ทั้งสามคนก็พยักหัว แล้วบอกประมาณว่าถ้าถึงแล้วจะบอกให้นะจ๊ะ ผมก็ยิ้มตอบ แล้วก็ขอบคุณทั้งสามคน

ไม่นานผมก็ขึ้นไปนอน แบบที่หัวถึงหมอนปุ๊บหลับปั๊บเลยอ่ะ มันเพลียมากกก ไม่รู้หลับไปได้ไง หลับนานมาก แต่ตื่นมาก็ไม่มีอะไรทำ ก็เลยต้องนอนอยู่อย่างนั้น ดูในตั๋วก็ เห้อออ ออกวันที่ 2 พ.ย. เวลา 21.35 ถึง รัสตอฟก็ 3 พ.ย. เวลา 19.35 ไมนานอย่างนี้อ้าเกือบวันเลยนะนั่น แต่ก็นะครับไม่มีทางไหนแล้ว ก็อยู่ในรถไฟอย่างเดียว นอนอ่านหนังสือบ้าง ฟังเพลงบ้าง ดูการ์ตูนบ้าง

คุณยายที่นอนข้างล่างเขาเห็นผมไม่กินข้าว ก็ยื่นขนมปัง กับไก่ให้ผม ผมก็บอกว่า ยังไม่หิวคร้าบ เอามือกุมท้องแล้วส่ายหน้า + ทำท่าบ้ายบาย เขาก็ทำหน้าเป็นห่วง เพราะตั้งแต่ขึ้นผมก็ยังไม่ได้กินอะไร จริงๆผมก็มีไก่ กับน้ำที่คุณลุงคนนั้นเขาซื้อมาให้ แต่ผมไม่ชอบกินอะไรตอนเดินทางอ่ะ (ซึ่งระหว่างการเดินทางนั้นผมไม่ได้แตะไก่หรือน้ำเลย ไม่รู้อยู่ได้ไง ฮ่าๆๆ) นั่งๆไป โอ้ววว ทุ่มประมาณยี่สิบแล้วว ผมก็โดดลงเตียงเก็บของนู่นนี่นั่น พอรถจอด คุณลุงที่นอนข้างบนเขาก็ช่วยเอากระเป๋าลงให้ ก็ร่ำลาสองสามีภรรยา แล้วก็ขอบคุณเขา ส่วนคุณลุงที่เอากระเป๋าลงให้ก็ช่วยยกกระเป๋าออกไปนอกรถ แล้วก็เข็นๆไปให้ ผมเห็นว่ามันห่างจากตู้ที่ผมอยู่มากแล้ว ก็เลยบอกเขาว่า ผมจะรอที่นี่อ่ะครับ เกรงใจด้วยอ่ะ ขอบคุณมากๆเลย คุณลุงก็ตอบว่า ชัวร์นะ อยู่ที่นี่แน่นะ ผมก็พยักหัวอย่างเดียว แล้วก็ร่ำลากัน คนที่นี่เขาดีมากเลยครับ

ตอนแรกผมอยากกลับบ้านแล้ว ฮ่าๆๆ กลัวอะไรหลายๆอย่าง แต่เจอคนมีน้ำใจแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมามาก ไม่อยากกลับละ จะอยู่ต่อๆ ระหว่างที่รอ ผมก็คิดว่า อ่า ใครจะมารับเนี่ย แล้วผมต้องทำไงเนี่ย จะรู้ได้ไงว่าคนไหน เง้ออ ไม่มีคนชูป้ายอะไรเลย นั่งปลงบนกระเป๋า อยู่ๆก็เห็นผู้ชายร่างสูงคนนึง หน้าตาเอเชีย หน้าไทยเลยดีกว่า เราก็พยายามมอง (สายตาผมสั้นด้วยเพิ่งมารู้ตัว) อ้าว! คุ้นๆเหมือนเคยทักที่สถานทูต เลยตัดสินใจทักไป “พี?” (เอาวะทักผิดเขาก็ไม่รู้หรอกว่าผมทักผิดคน) พีก็หันมา (บิงโก) แล้วพีก็มาช่วยแบกกระเป๋าที่โคตรหนักไปหาพี่เฟิร์ส กับเจ้นุ่นที่รออยู่ข้างใน ทักทายกันเสร็จ เจ้นุ่นก็ถามว่าจะไปหอยังไงดี นั่งแท็กซี่หรือขึ้นรถเมล์ไป

สุดท้ายจบลงด้วยที่ขึ้นรถเมล์เพราะถูกดีครับ พอลงจากรถ ก็เดินๆไปสักพักก็ถึงที่หอ (จริงๆไม่สักพักอ่ะ ไกลเหมือนกัน สงสารพีนั่นแหละ อุตส่าห์ลาก เข็น แบก กระเป๋าที่มันโคตรหนักให้) แต้งกิ้วจริงๆ พี่เฟิร์ส กับเจ้นุ่นด้วยนะคร้าบ อิอิ เข้าหอเอาเอกสารยื่น เซ็นชื่อเสร็จก็ขึ้นไปที่ห้อง พี พี่เฟิร์ส พี่นุ่นก็พูดเกี่ยวกับเมทผม บอกว่าเมทผมดีมากๆเลยนะ นิสัยดี อย่างนู้นอย่างนี้ ผมก็รู้สึกตะหงิดๆละ อารายหว่า สงสัยสนิทกันมากเลย แล้วสุดท้ายก็รู้ว่าเมทเป็นพี ฮ่าๆๆๆ

จบแค่นี้ล่ะครับ การผจญภัย ถ้าถามเรื่องการเป็นอยู่ในหอเป็นไงบ้าง ตอบได้ว่าก็โอเคในระดับหนึ่งครับ ผมรู้สึกอยากร้องไห้กับตรงห้องอาบน้ำนี่แหละ คือมันเป็นบล็อกๆไม่มีประตู เหมือนห้องล้างตัวที่สระว่ายน้ำยังไงยังงั้น ผมเป็นคนขี้อายมากกก เลยใส่บ็อกเซอร์อาบน้ำเลยซะ ฮ่าๆๆ พีบอกว่าอยู่ไปเดี๋ยวก็ชินเอง แต่ผมไม่รู้สิ คนมันอาย 555 ห้องส้วมที่นี่ก็ โอ้โห สอดส่องคนเข้าได้สบายเลยอ่ะ ยังไม่พอไม่มีน้ำให้ล้าง ไม่มีทิชชู่ให้ คือต้องพกติดตัวอ่ะนะ แต่หนักสุดๆคือคนอื่นใช้แล้วเขาไม่กดน้ำนี่แหละ แล้วไอ้สิ่งปฏิกูลก็กองอยู่ตรงนั้น เห้ออออ ปลงครับเรื่องนี้ ต้องทำใจยอมรับ เรื่องอื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ พี พี่เฟิร์ส พี่นุ่นดีกับผมมาก คนอื่นๆที่อยู่หอเดียวกันด้วยครับ ก็อยู่อย่างมีความสุขดี ก็อย่างว่าคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก

Tags: , , , ,

Readers Comments (View Comments)

  1. วาโย พูดว่า:

    น่าไปเที่ยวมากๆ………………………// gclub //




blog comments powered by Disqus

หากต้องการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของเว็บ Meekaorussia.com ไปเผยแพร่ ตีพิมพ์ กรุณาติดต่อ pooh@meekaorussia.com เพื่อขอรับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ข้อตกลงการใช้งานและลิขสิทธิ์

กระดานสนทนา
สารบัญเว็บ
ลงทะเบียนคนไทยกับสถานทูต
ทุนรัฐบาลรัสเซีย
ฟังวิทยุจากรัสเซีย
ดูทีวีรัสเซีย

Photo from Russia

tver1

เรื่องที่น่าสนใจ