Tuesday, January 23rd, 2018

การเิดินทางครั้งแรกที่แสนยาวนาน เมืองรัสตอฟ – ภู ตูลา

Published on กันยายน 2, 2010 by VladiPooh   ·   View Comments

อัพเดตต้อนรับวันเปิดเทอมเลยแล้วกันครับ สำหรับบทความของผม
ไม่รู้ว่ามีคนอ่านไหม อาจจะน้อยกว่าพี่บุ๋มสุดฮาของเรา แต่ก็อยากเขียนบ้างครับ

ต่อกันเลยนะครับ

เดินออกจากเครื่องบินมาตามท่ออะไรไม่รู้ ผมไม่รู้ชื่อเรียกที่มันต่อกับสนามบิน สั่นทั้งตัวเพราะความหนาวเหน็บ ดันบ้านนอกลืมเช็คอากาศที่รัสเซียว่ากี่องศา นึกว่าร้อนทั้งปีทั้งชาติแบบไทยเรา แต่นึกขึ้นได้ว่าคุณพ่อของผมให้สูทมาอีกตัว ตัวใหญ่มาก แต่ยังไงก็ตาม ผมสู้ความหนาวด้วยเสื้อเชิตและสูทตัวเดียวคงไม่ไหวเลยใส่สูทที่คุณพ่อให้มาอีกหนึ่งชั้น

เนื่องจากอ่านมาจากแลนด์รัสเซียแล้วว่า ตม. รัสเซียทำงานช้ามาก..ก…ก..กกก สี่คน ภู กวาง แป้ง แตงกวา ก็เลยวิ่งหน้าตั้ง ขนตั้ง(หนาว) ไปต่อแถวคนแรกๆ แต่ก็ยังเสร็จช้า ถึงประมาณห้าโมงเย็นเสร็จประมาณหกโมงเย็น..นี่แหละรัสเซีย

ออกมาเอากระเป๋าของผมหาง่ายสุด สีชมพูหราอยู่คนเดียว แล้วก็ออกไปด้านนอกพร้อมกัน เดินหาคนมารับ เดินไปเดินมาก็เจอผู้ชายหัวทองๆ ถือป้ายชื่อจริงของเราสี่คนอยู่ เราสี่คนก็เข้าไปหาแล้วตานั่นก็เดินพาไปแลกตัง แล้วก็ต้องจ่ายให้มัน แป้งกับแตงกวาไปวาโรเนช 150$ ส่วนรัสตอฟ 200$ (แพงมาก ตอนหลังมารู้ว่าค่ารถไฟแค่ 2000 rubles แต่ก็มาครั้งแรกถือว่าซื้อความสะดวกสบาย(มั้ง)) แล้วไอ้หนุ่มผมทองก็พาเดินไปที่รอรถไฟเข้ามอสโก (เมืองที่ลงชื่อเมือง Domodidovo เหมือนชื่อสนามบิน ซึ่งอยู่ห่างจากมอสโกพอสมควร) รถไฟจะมาประมาณสามทุ่ม กวางนี่เดินหาซิมการ์ดให้วุ่นเลย ไปถามร้านขายมือถือแถวนั้นได้ความมาว่า ซิมละ 100$ -_-” ก็ไม่ซื้อกัน แล้วเราสี่คนก็ขอยืมโทรศัพท์ตาหัวทอง โทรไปหาพี่จอย พี่จอยก็บอกจะมาส่งที่สถานีรถไฟ Kurskskaya

หลังจากนั้นก็นั่งรอรถไฟจนกว่าจะถึงสามทุ่ม น้ำก็หิวกัน แป้งก็ไปซื้อน้ำมาดันแบบมีก๊าซอีก ก็เลยต้องไปซื้อมาใหม่แบบไม่มีก๊าซ ใครมารัสเซียเวลาซื้อน้ำสั่งด้วยนะว่าไม่เอาก๊าซ ฮาๆๆ ไม่งั้นได้ดื่มโซดาแทนแน่ๆ

จนสามทุ่มรถไฟก็มาเราสี่คนพร้อมไอ้หนุ่มผมทอง(ที่เดินตัวปลิวไม่ช่วยขนกระเป๋าอันเป้งสี่อัน อันเล็กอีกนับไม่ถ้วน)อีกคนก็พากันเดินขึ้นรถไฟ รถไฟออกได้สักพักเจ้าหน้าที่รถไฟก็มาเก็บตังเพิ่ม เพราะของเยอะเกิน (ทั้งที่จริงแล้วส่วนนี้ไม่มีเก็บครับ มันเก็บเข้ากระเป๋าตัวเอง)
พอถึงสถานี Kurskskaya ประมาณเกือบเที่ยงคืน ก็ต้องขนกระเป๋าอันหนักอึ้งเกือบสิบใบ โดยที่ไอ้หนุ่มหัวทองกับผมหิวกระเป๋าใหญ่ไปก่อน แล้วไอ้หนุ่มหัวทองให้ผมรอด้านล่างชั้นใต้ดินคนเดียว ได้ยินมาก็หนาหูสกินเฮดเยอะ มองซ้ายมองขวามันก็มีแต่หัวเตียนๆ ทำไมดีหว่า แต่ผมก็ยืนเฉยๆ แล้วผมเจอได้ยินเสียงคนไทยคุยกันแถวนั้น เดินผ่านไปก็คิดว่าพวกพี่จอยรึเปล่านะ พวกคนไทยกลุ่มนั้นก็เดินผ่านไป สักพักก็เดินกลับมาผมเลยเข้าไปทัก เป็นพี่จอยจริงๆมากับพี่โซดากับพี่อีกคนซึ่งผมจำชื่อไม่ได้จริงๆ ผมก็บอกมีของอยู่ทางนู้นอีกพี่ๆก็ไปช่วยขน พอเสร็จแล้วก็บอกให้เราซื้อมาม่าขึ้นรถไปด้วย บนรถมีน้ำร้อน ซื้อน้ำเปล่าของกินด้วย ถ้าไมได้พี่จอยบอก ผมคงหิวตายบนรถไฟแล้ว ผมอยู่ไทยก็ไม่เคยนั่งรถไฟด้วย นี่เป็นครั้งแรกแถมต้องนั่ง 25 ชั่วโมง มีผมกับกวางที่ไปรัสตอฟ ส่วนแป้งกับแตงกวาไปวาโรเนช แปดชั่วโมงนั่งแยกรถไฟกัน

พอถึงรถไฟก็หลับปุ๋ย สักพักพนักงานตรวจตั๋วก็มาขอดูตั๋วทั้งที่พี่จอยยื่นให้แล้ว ก็มาถาม เราก็ภาษารัสเซียไม่ได้เลย ได้คนข้างๆพูดอังกฤษมาช่วยบ้างก็เลยรอดไป พนักงานตรวจตั๋วเก็บไปแล้วแต่เอาไปใว้ในห้องเขาเอง -_-” รถไฟแวะไหนเราก็ลงนั่น ไม่กลัวอะไรกันเลย(ทั้งที่สมควรจะกลัว) ผมกับกวางมาต่างประเทศครั้งแรกกันทั้งคู่เลย ก็พากันไปแบบมึนๆตลอดทาง นั่งไปถามไปว่าถึงรัสตอฟเมื่อไหร่ๆ (ถามคนรัสเซีย) ซึ่งคำตอบที่ได้แต่ละครั้งก็ฟังไม่เข้าใจเลย แต่คุณป้า คุณยายเหล่านั้นก็พยายามอธิบายเหมือนกับว่าถ้าอธิบายซ้ำแล้วเราจะตรีสรู้เข้าใจภาษารัสเซียเองได้ 555 ระหว่างทางคุณยายก็ให้ขนมพวกเรามา แม้จะเป็นของเล็กน้อยแต่มันก็ลบคำว่าคนรัสเซียไม่เป็นมิตรที่เคยได้ยินมาไปบ้าง

หลังจากนั่งรถไฟอันแสนยาวนาน 25 ชั่วโมง ตีหนึ่งของวันที่ 15 ก.ย. 2550 ผมและกวางก็ถึงรัสตอฟ ลืมบอกไปว่าบนรถไฟมันก็เก็บค่ากระเป๋าเยอะอีกแล้ว (ทั้งที่ตรงส่วนนี้ไม่มีการเก็บเพิ่มเติมเลย) พอลงก็ต้องจ่ายพนักงานรถไฟอีก เขาบอกเป็นค่าดูแลเราสองคน (ดูแลบ้าไร ไม่เห็นดูแลเลย กระเป๋าก็ขนขึ้นลงเอง) มีคนจากมหาวิทยาลัย Rostov state medical university เราต้องนั่งรถแท็กซี่ของรัสเซีย (Zhiguli หรือ Lada ก็ไม่แน่ใจ) รถก็เล็กกระเป๋าก็สี่ใบ ใบใหญ่สองใบ ใบเล็กอีกสองใบ ผมกับกวางอีก

นั่งรถพอไปถึงนึกว่าสลัม เศษแก้วแตกตรงฟุตบาทและหน้าหอ หอก็เก่าๆ ลองนึกภาพตามเข้าไปแล้วกลิ่นเครื่องเทศเข้ามาประทะหน้าเลย ไม่ประทับใจเลย ส้วมยังเป็นส้วมหลุม ก่อเจเดีย์ทองกันสวยงามมากมาย กลิ่นไม่น่าพิศมัยมาก มีแต่คนอินเดีย แต่คนอินเดียก็ดี ตีสองตีสามแล้วก็มาช่วย มาพูดคุยด้วยให้ยืมโทรศัพท์ โทรไปหาพี่มุก(แสนสวยจิตใจงามระเบิดระเบ้อ)ตีสามแล้วพี่เค้าก็รับสายเสียงใสๆน่ารักๆ ฮาา

ผมได้ห้องที่เค้าบอกว่าจะมีเมตเป็นชาวลาตินอเมริกา แต่เข้าไปไม่มีใครเลยมีแต่แมลงสาบวิ่งกันวุ่นวาย เตียงก็ว่างเปล่า มีเสื้อโค้ทเก่าๆ จานชาวหม้อไหเก่าๆทิ้งอยู่ แต่หลังจากนั้นก็เป็นคนเวียดนาม ไม่รู้ว่ามันเป็นประเทศลาตินอเมริกาตรงไหน

เดี๋ยวมาเล่าต่อครับ ตอนหน้าจะเป็นเรื่องชีวิตที่รัสตอฟและการเรียนปัดฟักตลอดเก้าเดือน ใครที่เคยติดตามแลนด์รัสเซีย thaimedinter bloggang คงจะเคยอ่านแล้วมาบ้างแล้ว แต่จะปรับแต่งอะไรบ้างเล็กน้อยครับ

ปล.รูปหอที่แรกที่เข้าไปอยู่ประมาณ 3-4 วัน ห้องก็ไม่ได้ทำอะไรวางซะเละเลย ห้องก็เละอยู่แล้ว

Tags: , , , ,

Readers Comments (View Comments)

  1. Kan_parida-sangpetch พูดว่า:

    ฟังแล้วน่าสนุก อยากไปเรียนที่รัสเซียบ้างจัง

  2. nes พูดว่า:

    อ่านแล้วสนุกดีู^^

  3. นิรนาม พูดว่า:

    ขอบคุณครับ ติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ

  4. Butwong พูดว่า:

    ใช่รัสเซียเป็นเมืองที่สวย แต่ก็เป็นเมืองที่สก…. ด้วย เพราะ ประชากร ไม่พัฒนาด้ารความสะอาด
    แต่ในบ้านเขาสะอาดนะ

  5. Butwong พูดว่า:

    อ่านแล้วสนุกดี มีแต่เรื่องขำ ๆ แต่เราไม่เคยเจอนะ ไอ้มนุษย์ 18 มงกุฏ รัสเซีย บริการแย่มาก

  6. thavee พูดว่า:

    อ่านแล้วเพลินดีครับ ชอบๆๆ

    ** สาระน่ารู้ **




blog comments powered by Disqus

หากต้องการนำส่วนใดส่วนหนึ่งของเว็บ Meekaorussia.com ไปเผยแพร่ ตีพิมพ์ กรุณาติดต่อ pooh@meekaorussia.com เพื่อขอรับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ข้อตกลงการใช้งานและลิขสิทธิ์

กระดานสนทนา
สารบัญเว็บ
ลงทะเบียนคนไทยกับสถานทูต
ทุนรัฐบาลรัสเซีย
ฟังวิทยุจากรัสเซีย
ดูทีวีรัสเซีย

Photo from Russia

dsc_3082_0

เรื่องที่น่าสนใจ